ความเชื่อเรื่อง โชคลาง ของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยมาช้านาน

95

ความเชื่อเรื่อง โชคลาง ของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยมาช้านาน

แทบไม่น่าเชื่อว่า ในโลกของรถยนต์ที่ “ล้ำสมัย” พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคนานัปการอย่างทุกวันนี้ ยังมีความเชื่อเรื่องโชคลาง พุทธศาสตร์ และไสยศาสตร์ ที่คนรุ่นใหม่มักบอกว่า”ล้าสมัย” มาผสมผสาน แฝงตัวอยู่กับการใช้รถในชีวิตประจำวันอย่างแยกไม่ออก

มันจะแปลกอะไร ในเมื่อ “ปาฏิหาริย์” บางครั้งก็เกิดขึ้นจริงกับผู้ศรัทธา บางคนบอกว่า “ผมแขวนจตุคาม ฯ ขับรถคว่ำหลายตลบ แต่แคล้วคลาด” “ดิฉันเปลี่ยนสีรถใหม่แล้วได้เลื่อนตำแหน่ง” “เห็นเขาดูฤกษ์ออกรถกับเกจิดัง ใช้แล้วไม่มีปัญหา”

แต่สำหรับบางคนก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย จึงไม่ “ศรัทธา” แต่ก็ยังขอบูชาเพียงเพื่อ “ยาใจ”

1. พุทธะ เทวา และเครื่องราง

คนไทย นิยม “บูชา” ทั้งพระ ทั้งเทพ และเครื่องรางของขลัง ไว้ที่หน้ารถมานานแล้ว โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่างๆ ได้ เช่น จะชนอยู่แล้วก็ไม่ชน หรือถ้าชนก็ไม่เป็นอะไร ถ้าบาดเจ็บก็ไม่ถึงตาย เป็นเหตุผลอันดับแรกๆ

พระเครื่อง

ส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะยึดเอาพระเครื่องของเกจิที่ตนเลื่อมใสศรัทธามาบูชาหน้ารถเป็นหลัก เช่น ถ้าอยู่ภาคเหนือ ก็ยึดครูบาศรีวิชัย หลวงพ่อเกษม เขมโก หรือหลวงปู่แหวน สุจิณโณ อยู่ภาคกลาง ก็บูชาหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวการาม อยู่อีสาน ก็บูชา หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หรือหลวงปู่มั่นภูริทัตโต อยู่ภาคภาคใต้ ก็บูชา หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ เป็นต้น แต่ที่ย่อยลงไปกว่านั้น หลายคนจะยึดเอาพระที่ตนศรัทธา ประจำจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน มาบูชาหน้ารถ ซึ่งถือว่าเป็นความเลื่อมใสของแต่ละบุคคล

นอกจากพระเครื่องบูชาหน้ารถ ที่มักจะติดกาวไว้กับแผงคอนโซล (ซึ่งอันตราย เพราะเมื่อรถเบรค หรือชนแรงๆ อาจหลุดกระเด็นมากระแทกคนในรถบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้) ก็ยังมีวิธีการบูชาอีกหลายแบบ เช่น สติคเกอร์ติดกระจกรถ หรือคาร์ดรูปพระเกจิ (ที่มักเหน็บไว้ตรงแผงบังแดด)

เทวา หน้ารถ

จตุคามรามเทพ เจ้าของปาฏิหาริย์ การสร้างมากกว่า 100 ล้านแว่น (หน่วยเป็นแว่น เพราะมีทรงกลม)ทำยอดเงินสะพัดราว 10,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี มีโฮมเพจที่เกี่ยวข้องถึง 2,610,000 รายชื่อ ยอดเงินระดับนี้ ไม่เคยมีพระเครื่อง หรือเครื่องรางใดๆ ทำได้มาก่อน

แต่ปาฏิหาริย์ ของจตุคาม ฯ ที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ การสร้างกระแสความศรัทธา และวัฒนธรรมการแขวนพระเครื่อง และเครื่องรางที่มักจะซ่อนไว้ภายใต้เสื้อ เปลี่ยนมาเป็นการแขวนนอกเสื้อคล้ายเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง

สำหรับรถยนต์ หลายคนนำไปบูชา ห้อยไว้กับกระจกมองหลังแทนที่ หรือร่วมกับพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังอื่นๆ แต่ผู้สร้างจตุคาม ฯ ก็ยังตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ด้วยการสร้างจตุคาม ฯ แบบเล็กๆ ไว้บูชาหน้ารถ เหมือนพระเครื่อง เปี๊ยบ

แม้วันนี้กระแสจตุคาม ฯ จะเริ่มอ่อนแรงลง เนื่องจากเหตุผลของจำนวนการผลิตที่มากกว่าผู้บูชา และคุณภาพไม่เข้าขั้นแบบที่นักเลงพระพูดกันว่า “พิมพ์สวย มวลสารดี พิธีขลัง เกจิดัง วัตถุประสงค์ชัดเจน” จนทำให้ต้องเลหลังขายแว่นละ 5-10 บาท ก็ตาม แต่สำหรับ จตุคาม ฯ ที่เข้าขั้น กับใจที่มีศรัทธา ก็อาจทำให้เกิดสิ่งดีๆ แก่ผู้บูชาก็เป็นได้ โดยเฉพาะ จตุคาม ฯ สำหรับบูชาในรถ ที่นิยมผลิต
ออกมาตามหลังจตุคาม ฯ ทรงกลมยอดฮิทนานพอสมควร วันนี้จึงยังเพิ่งเริ่มเป็นที่ศรัทธาของคนรักรถและรักจตุคาม ฯ เป็นที่สุด

เครื่องราง

นอกจาก 2 สิ่งบูชาที่ว่ามา เครื่องราง ของขลัง ที่เป็นความเชื่อ และเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยมาช้านาน ยังมักถูกนำไปบูชาในรถ ส่วนใหญ่ที่มีกัน ก็มักเป็น ผ้ายันต์ ลูกประคำ และสายสิญจน์ของพระที่แต่ละคนเคารพ ที่นิยมอีกอย่าง ก็คือ การเจิมรถใหม่ โดยใช้แป้งดินสอพองละลายน้ำ ตำแหน่งที่นิยมในรถก็จะเป็น พวงมาลัย และเพดาน ภายนอกมักจะเป็นฝากระโปรงหน้า มีเจิมห้องเครื่องด้วย เช่น บนฝาสูบ พระบางรูปเจิมที่แบทเตอรีให้ด้วย

ส่วนถ้าเป็นเครื่องรางขั้นสูงหน่อยก็ เช่น “หนังประกำ” คือ เชือกที่ใช้ในพิธีคล้องช้าง ขับไล่ภูตผี และอำนาจคุณไสยได้ “ตะกรุด” ช่วยให้อยู่ยงคงกระพัน “เสืองาช้าง” ช่วยเสริมอำนาจ และสร้างบารมีปกครองบริวาร “เล็บเสือ” ช่วยปกป้องอันตรายจากภูตผีปีศาจ และ “เขี้ยวหมูตัน” เสริมพลังอำนาจ ไปตีความกันต่อเองว่าจะช่วยท่านได้เรื่องใดบ้าง

ขอขอบคุณที่มา : https://www.autoinfo.co.th/article/58464/

ความเห็นถูกปิด