คำชะโนด ตำนานวังนาคินทร์

340

คำชะโนด ตำนานวังนาคินทร์

“เดิมทีบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์มีความกว้างประมาณหนึ่งเมตรเท่านั้น น้ำในบ่อขังตลอดปี จะมีปริมาณเท่าเดิมอยู่อย่างนั้นไม่เคยแห้ง ส่วนมากคนจะไม่ค่อยกล้าเข้าไปในป่าแห่งนี้ เพราะมีสัตว์มีพิษสัตว์ดุร้ายเยอะ ก็มีคนเลี้ยงควายเลี้ยงวัวเท่านั้นที่เข้าไปหาน้ำกินในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในป่าคำชะโนด ที่เรียกบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นก็เพราะว่าเมื่อใครเจ็บป่วยมาอธิฐานขอน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปดื่มแล้วหาย ปู่กับย่าก็ทำเช่นนั้นเมื่อยามเจ็บไข้ป่วย เพราะสมัยนั้นการที่จะไปหาหมอนั้น ต้องใช้เวลานานในการเดินทางและไกลหลายสิบกิโลเมตรกว่าจะถึงโรงพยาบาลในตัวอำเภอบ้านดุง ส่วนด้านหลังป่าคำชะโนดบริเวณนั้นจะเป็นถ้ำหากอธิฐานอยากเจอจระเข้ก็จะมีจระเข้โผล่ใต้น้ำขึ้นมา”

คำชะโนด ตำนานวังนาคินทร์

ยังมีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านหนองกาไปหาปลาในแม่น้ำสงครามซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาภูพานในเขตจังหวัดนครพนม แล้วเจอจระเข้ขนาดใหญ่ จึงกลับเข้าไปในหมู่บ้าน จากนั้นได้เล่าให้คนในหมู่บ้านฟังและได้พากันออกไล่ล่าจระเข้ เพราะกลัวว่าจระเข้จะทำอันตรายชาวบ้านที่ไปหาปลาในแม่น้ำสงคราม ชาวบ้านพากันออกไล่ล่าอาวุธครบมือ ทั้งปืนผาหน้าไม้ เมื่อเจอจระเข้ตัวนั้นก็ได้ลงมือฆ่าจระเข้จนตายและช่วยกันเอาไม้มาสอดคานหามเข้าหมู่บ้าน พากันแร่เนื้อจระเข้กิน เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคนในหมู่บ้านที่กินเนื้อจระเข้ทยอยตายติดต่อกันหลายคนด้วยอาการแปลกประหลาด ชาวบ้านจึงนำหมอธรรม (หมอพิธีกรรมร่างทรงทางภาคอีสาน ) มาทำพิธีเข้าร่างทรง จึงทราบว่าจระเข้ตัวที่ชาวบ้านฆ่าและเอาเนื้อมากินนั้นแท้จริงคือเรือเจ้าปู่ศรีสุทโธ ชาวบ้านจึงทำพิธีขอขมาเจ้าปู่ศรีสุทโธเรื่องถึงสงบสุข

ตำนานคำชะโนดนั้นผมสอบถามกับพ่อและคนเฒ่าคนแก่ก็ได้ยินไม่แตกต่างกันนักถึงเรื่องราวตำนานคำชะโนดนั้น เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาช้านาน แม้จะมีข้อมูลแย้งจากวรรณกรรมเชียงงาม ว่าเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธเป็นมนุษย์แต่จากตำนานส่วนใหญ่ระบุว่าเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธเป็นพญานาค

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า หนองกระแสหรือหนองแสซึ่งอยู่ทางตอนเหนือประเทศลาว มีเมืองพญานาคาอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมี พญาศรีสุทโธ เป็นหัวหน้าครองเมือง อีกฝ่ายมีพญาสุวรรณนาค เป็นหัวหน้าครองเมือง มีบริวารฝ่ายละห้าพันเท่า ๆ กัน ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างผาสุขและเป็นเพื่อนตายกัน มีอะไรก็จะช่วยเหลือกัน แต่มีสัญญาข้อตกลงอยู่ว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไปหาอาหารอีกฝ่ายจะไม่ออกไป เพราะเกรงว่าจะทะเลาะกัน เมื่อได้อาหารจะต้องมาแบ่งกันสองส่วนคนละครึ่ง

วันหนึ่งพญาสุทโธนาคพาออกบริวารไปหาอาหารได้ช้างมาเป็นอาหาร จึงแบ่งเนื้อช้างและขนออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน และได้นำไปแบ่งพญาสุวรรณนาคตามสัญญาข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายต่างอิ่มหนำสำราญเพราะช้างมีเนื้อมาก

ต่อมาวันหนึ่งพญาสุวรรณนาคได้พาบริวารออกไปหาอาหารจึงได้เม่นจึงแบ่งเนื้อเม่นและขนออกเป็นสองส่วน เอาไปให้พญาสุทโธนาคอีกส่วนหนึ่ง เม่นมีตัวเล็กนิดเดียวแต่ขนเม่นนั้นมีขนาดใหญ่ เนื้อที่แบ่งให้พญาสุทโธนาคจึงไม่พอกิน จึงเกิดความไม่พอใจจึงตัดขาดจากความเป็นเพื่อนและได้ทำสงครามกัน จนเวลาผ่านไปเจ็ดปีสร้างความเดือดร้อนไปทั้งสามภพ เรื่องทราบไปถึงพระอินทร์จึงตรัสเป็นโองการให้นาคทั้งสองได้หยุดรบกันถือว่าทั้งสองฝ่ายเสมอกัน จึงให้สร้างแม่น้ำคนละสายใครสร้างถึงทะเลก่อนจะให้รางวัลปลาบึกไปอยู่ในแม่น้ำนั้น

และเพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทของพญานาคทั้งสอง ให้เอาภูเขาดงพญาไฟเป็นเขตกั้นคนละฝ่าย ใครข้ามไปรุกราน ขอให้ไฟจากภูเขาดงพญาไฟไหม้เป็นจุณมหาจุณ

พญาสุทโธนาคสร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส และด้วยความที่สุทโธนาคมีนิสัยใจร้อน เมื่อพบเจอภูเขากั้นทางแม่น้ำก็จะทำการหลบหลีกโค้งไปโค้งมา จึงเกิดเป็นแม่น้ำโขง ส่วนทางฝ่ายสุวรรณนาคนั้น ได้ทำการสร้างแม่น้ำขึ้นทางทิศใต้ของหนองกระแส สุวรรณนาคมีความละเอียดและใจเย็น แม่น้ำที่สร้างขึ้นจึงมีความตรงกว่าแม่น้ำทุกสาย คือ แม่น้ำน่าน ซึ่งไหลรวมกับแม่น้ำปิงกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาของในประเทศไทย

ในการสร้างแม่น้ำแข่งกันในครั้งนั้น ปรากฏว่าแม่น้ำโขงของพญาสุทโธนาคสร้างเสร็จก่อนจึงเป็นผู้ชนะและได้ปลาบึกเป็นรางวัล ซึ่งแม่น้ำโขงคือแม่น้ำแห่งเดียวในโลกที่มีปลาบึกอาศัยอยู่

หลังจากนั้นสุทโธนาคได้แผลงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ณ ดาวดึงส์ แจ้งว่าตัวเองเป็นชาติเชื้อพญานาค ถ้าจะอยู่บนโลกมนุษย์นานเกินไปก็ไม่ได้ จึงขอทางขึ้นลงระหว่างบาดาลกับโลกมนุษย์เอาไว้ 3 แห่งพระอินทร์จึงทรงอนุญาตให้มีรู พญานาคเอาไว้ 3 แห่ง คือ 1. ที่พระธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ 2. ที่หนองคันแท ทั้ง 2 แห่งให้เป็นทางขึ้นลงของพญานาคเท่านั้น ส่วนแห่งที่3.พรหมประกายโลก หรือคำชะโนด คือที่พรหมได้กลิ่นไอดิน เมื่อพรหม เทวดา ลงมากินดินจนหมดฤทธิ์ กลายเป็นมนุษย์ แล้วให้สุทโธนาคไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นั่น จึงมีเกาะคำชะโนดจนถึงปัจจุบันนี้

 

เครดิตข้อมูลและภาพ : oknation.nationtv

ความเห็นถูกปิด