ดงพญาไฟ-ผีตีนเดียว! ร.๕ เสด็จจึงกลายเป็นดงพญาเย็น

268

ดงพญาไฟ-ผีตีนเดียว! ร.๕ เสด็จจึงกลายเป็นดงพญาเย็น

(อ่านต่อ “เปิดตำนาน ดงพญาไฟ-ผีตีนเดียว!”) เมื่อครั้งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปตรวจราชการหัวเมืองมณฑลอุดรและมณฑลอีสาน ออกจากรุงเทพฯ วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๔๙ กลับถึงกรุงเทพฯ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ใช้เวลาเดินทาง ๓ เดือน ๔ วัน ทรงเล่าไว้ในนิทานโบราณคดี ตอนหนึ่งว่า

ดงพญาไฟ-ผีตีนเดียว! ร.๕ เสด็จจึงกลายเป็นดงพญาเย็น

“…เขาดงพญาไฟนี้ คือเทือกเขาอันเป็นเขื่อนของแผ่นดินสูง เขาเขื่อนที่กล่าวถึงนี้เป็นเขาหินปูน ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นเป็นดงทึบตลอดทั้งเทือกเขา มีทางข้ามได้เพียงช่องทางเล็กๆ ทางเดินผ่านดงพญาไฟนี้เป็นช่องทางเล็กๆ สำหรับเดินข้ามไปมาระหว่างสระบุรีกับมณฑลนครราชสีมา มาตั้งแต่ครั้งโบราณ โดยปากดงพญาไฟอยู่บริเวณเชิงเขาอำเภอแก่งคอย ผ่านกลางดงไปออกจากดงที่ตำบลปากช่อง เส้นทางนี้ผ่านไปได้เพียงแต่เดินเท้า จะใช้โคและเกวียนหาได้ไม่ ด้วยทางเดินต้องเลียบขึ้นไปตามไหล่เขาบ้าง เดินไต่ไปตามสันเขาบ้าง เลี้ยวลดไปตามทางเดินที่เดินได้สะดวก ตั้งแต่ตำบลแก่งคอยต้องค้างคืนในดงพญาไฟ ๒ คืนจึงจะพ้นดงที่ตำบลปากช่อง แล้วก็ใช้โคและล้อเกวียนเดินทางต่อไปถึงเมืองนครราชสีมาได้”

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ภัยจากลัทธิล่าอาณานิคมคุกคามสยาม จนประเทศรอบด้านถูกยึดครองไปหมด ทรงพระราชดำริว่า ควรจะมีราชธานีสำรองไว้อีกแห่งที่ข้าศึกทางทะเลเดินทางขึ้นไปลำบาก ทรงเล็งไปที่เมืองนครราชสีมา และโปรดเกล้าฯให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯเสด็จขึ้นไปสำรวจ เมื่อเสด็จกลับมาได้กราบทูลว่า ดงพญาไฟนั้นเป็นป่าดงที่เย็น ไม่ควรเรียกว่าดงพญาไฟให้ผู้คนครั่นคร้าม ควรจะเรียกว่าดงพญาเย็นมากกว่า แต่ผู้คนก็ยังเรียกว่าดงพญาไฟดังเดิม

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีพระราชดำริให้สร้างทางรถไฟจากสระบุรี ผ่านดงพญาไฟไปมณฑลนครราชสีมา คนงานที่ส่วนใหญ่เป็นคนจีนโดนฤทธิ์ “ผีตีนเดียว” ตายเป็นใบไม้ร่วง แม้แต่นายช่างชาวเดนมาร์ค มร.เค แอล ราเบ็ค ที่คุมการสร้างทางก็เป็นมาเลเรียตาย จนไม่มีใครกล้ารับงานต่อ คนงานก็ต่างหวาดกลัว คิดกันแต่เรื่องภูตผีปีศาจ การสร้างทางรถไฟผ่านดงพญาไฟจึงใกล้หมดหวัง

ความทราบถึงสมเด็จพระปิยมหาราช ทรงเสด็จไปที่แคมป์สร้างทางด้วยพระองค์เอง เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจ ทรงทำพิธีบวงสรวงขอทางต่อเจ้าป่าเจ้าเขา เปิดทางให้ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง จุดที่ทำพิธีนี้ต่อมาคือสถานีผาเสด็จ ทรงดำรัสไต่ถามคนงานก็ทรงทราบว่า คนงานจีนนั้นถ้าไม่ตายก็เลิกไปหมดแล้ว เพราะสู้ไข้ป่าไม่ไหว คนงานรุ่นใหม่ล้วนแต่เป็นคนอีสานที่ทรหดบึกบึนและคุ้นเคยกับภูมิประเทศมากกว่า ดงพญาไฟจึงกลายเป็นดงพญาเย็นเมื่อทางรถไฟผ่านไปได้สำเร็จ ผีตีนเดียวกระโดดหนีไปจนป่าราบ

ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ได้ไปตรวจราชการโดยเฮลิคอปเตอร์ เห็นว่าป่าของดงพญาเย็นถูกบุกรุก เหลืออยู่หย่อมหนึ่งบริเวณเขาใหญ่ ซึ่งก็เคยถูกบุกรุกตั้งเป็นตำบลเขาใหญ่ ขึ้นกับอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มาแล้ว แต่เหตุที่เป็นหมู่บ้านอยู่กลางป่า จึงกลายเป็นที่ส้องสุมของโจรผู้ร้ายหนีคดี ทางการจึงยุบตำบลเขาใหญ่และอพยพราษฎรลงมา แต่โดยรอบก็ยังคงถูกบุกรุกอยู่ทุกวัน จึงสั่งให้กระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงมหาดไทยสำรวจเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ และตั้งขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยได้ในปี ๒๕๐๕ มีเนื้อที่ ๑,๓๕๕,๓๙๖.๙๖ ไร่ หรือ ๒,๑๖๘ ตร.กม.ป่าที่ถูกถางเพื่อทำไร่นั้นปัจจุบันก็ยังมีร่องรอยให้เห็น คือทุ่งหญ้าบนเขาใหญ่นั่นเอง

ทุกวันนี้ ทั้ง ดงพญาไฟ ดงพญาเย็น และ ผีตีนเดียว จึงเหลือเป็นเพียงตำนานเล่าขานให้คนรุ่นใหม่รับรู้เท่านั้น

ขอขอบคุณที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000078258

ความเห็นถูกปิด