ตำนานอิทธิฤทธิ์นาคา

114

ตำนานอิทธิฤทธิ์นาคา

ตามตำนานกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า พญานาคนั้นมีอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ นานา เช่น สามารถจำแลงกายเป็นอะไรก็ได้ ดังเมื่อคราวที่แปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวชกับพระพุทธเจ้าในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อถลชะ ที่แปลว่าเกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อชลชะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

ถึงแม้นาคจะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ ๕ จะต้องปรากฏรูปลักษณ์เป็นนาคเช่นเดิม คือขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับโดยไม่มีสติ และตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม

นาคมีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษถึง ๖๔ ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ซึ่งก็ด้วยเหตุที่นาคคายพิษทิ้งไว้แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมากพวกมาที่หลังเช่นแมงป่องกับมดได้ แค่เอาหางเอาก้นไปป้ายเศษพิษ สัตว์พวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก ๑๕ วัน และยังเชื่อว่าพญานาคมีไฟออกจากปาก เห็นได้จากรูปปั้นพญานาคที่อ้าปากอยู่ตลอดเวลา

ตำนานอิทธิฤทธิ์นาคา

อีกทั้งพญานาคยังแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการพ่นไฟออกจากปาก ซึ่งสามารถทำอันตรายต่อผู้พบเห็นได้ มิเพียงเท่านี้ แสงจากเรือนกายของพญานาคที่สว่างไสวก็ยังทำให้ผู้พบเห็นเกิดความกลัวได้ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าแสงที่เกิดจากเรือนกายของพญานาคนั้นเปรียบเสมือนกับรัศมีแห่งบุญที่แสดงถึงบารมี เช่น หากรัศมีเรือนกายของพญานาคตนใดมากก็แสดงว่ามีบุญบารมีมากหรือเรียกว่าเป็นบุญฤทธิ์นั่นเอง

พญานาคยังเป็นจ้าวแห่งงู มีงูเป็นบริวาร จะเห็นได้จากคำแปลในบทพระคาถา “ขันธปริตร” ที่แสดงให้เห็นว่าพญานาคเป็นหัวหน้าของงูทั้งปวง

ข้อมูล:https://www.facebook.com/1418293201764885/posts/2023632837897582/

ความเห็นถูกปิด