ประสบการณ์จริง!!!หลวงปู่คำตา ศิริสุทโธ ผู้เคยไปเมืองบาดาล(ป่าคำชะโนด)

53

ประสบการณ์จริง!!!หลวงปู่คำตา ศิริสุทโธ ผู้เคยไปเมืองบาดาล(ป่าคำชะโนด)

หลวงปู่คำตา ศิริสุทโธ ชื่อเดิม นายคำตา ทองสี เหลือง ท่านเกี่ยวข้องกับพญานาค โดยชาวบ้านเชื่อว่าท่านเป็นบุตรบุญธรรม ของเจ้าปู่ศรีสุทโธหรือพญาศรีสุทโธนาค พญานาคผู้ครองเมืองคำชะโนด ท่าน เป็นชาวบ้านวังทอง ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี มีหลาย เรื่องเล่าแปลกประหลาดเกี่ยวกับตัวท่าน

(ป่าคำชะโนด)

วันหนึ่งท่านกับเพื่อน ๆ ไปซักผ้าที่กลางดงคำชะโนด ขณะที่ตักน้ำอยู่นั้นก็มองเห็นปลาไหลตัวใหญ่ มี ตาแดงกร่ำโผล่ขึ้นมาให้เห็น ท่านจึงเรียกให้เพื่อน ๆ มาดู แต่ปลาไหลตัวนั้นมุดลงในบ่อน้ำไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดคลื่นน้ำ สะเทือนอย่างน่ากลัว

ประสบการณ์จริง!!!หลวงปู่คำตา ศิริสุทโธ ผู้เคยไปเมืองบาดาล(ป่าคำชะโนด)

เมื่อถึงฤดูฝนชาวบ้านพากันออกไปยกยอปลาในลำห้วย ใกล้ ๆ บ้าน ขณะที่ยกยออยู่นั้นก็เกิดสิ่งประหลาดกับนายคำตา รู้สึกคล้ายมีปลาตัว ใหญ่เข้ามาอยู่ในยอ จึงรีบยกยอขึ้น แต่เมื่อยกยอเหนือพ้นน้ำสิ่งที่อยู่ในยอนั้น แทนที่จะเป็น ปลาตัวใหญ่กลับกลายเป็นเต้าปูนที่เขาใช้บดปูนกินกับหมาก เมื่อจะยื่นมือลง จะจับดู เต้าปูนนั้นก็ดิ้นเหมือนปลาและกระโดดลงน้ำหายไป

เมื่ออายุครบ 20 ปี นายคำตาก็ได้บรรพชาอุปสมบทที่วัดบ้านวังทอง เรื่องผิดปกติก็ได้เงียบหายไป บวชอยู่ 3 พรรษาก็สึกออกมา

ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ทิดคำตาหรืออาจารย์คำตา ออกไปเกี่ยวข้าวในนาที่บ่อผักไหม ซึ่งห่างจากคำชะ โนดประมาณ 200 เมตร เมื่อหยุดพักจากการเก็บเกี่ยวข้าวก็เดินไปที่กระท่อมที่ปลูกไว้ สำหรับพักและเฝ้านา พอเดินไปใกล้กระท่อมก็มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่า อยู่บนกระท่อมโดยหันหลังให้ เมื่อเธอผู้นั้นหันหน้ามาก็เห็นว่าเป็นคนแปลก หน้าไม่เคยเห็นมาก่อนอายุราว 25 ปี จึงเอ่ยถามผู้หญิงคนนั้นว่า

“นางมาจากไหน จะมาหาใคร”

หญิงสาวยิ้มแล้วตอบว่า “มาหาอาจารย์คำตา เพราะว่าเห็นพวกผู้หญิงเขาลือกันว่าเป็นผู้ชายงามรูปหล่อ”

“บ้านนางอยู่ที่ไหนล่ะ”

“อยู่ทุกหนทุกแห่งทั่ว ๆ ไป”

พอได้ฟังดังนั้นความกลัวก็เกิดขึ้นจึงตอบกลับไปว่า

“ข้ารู้จักอาจารย์คำตาและสนิทสนมกันดี บ้านอยู่ใกล้กันด้วย จะไปบอกเขาให้นะ

กล่าวจบแล้วอาจารย์คำตาก็รีบเดินหนีไป กลับเข้าไปในนาแล้วเล่าให้พี่เขยและญาติ ฟัง จึงพารีบมาดูที่กระท่อม แต่ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นได้หายไปแล้ว ญาติ พี่น้องจึงเป็นห่วงอาจารย์คำตาเนื่องจากมีเหตุการณ์แปลก ๆ กลัวจะเกิดอันตรายจากสิ่งที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุจึงหาวิธีป้องกัน

ขั้นแรกญาติพี่น้องให้เปลี่ยนชื่อ โดยเปลี่ยนจาก “คำตา” เป็น “สุภาพ” ให้ทุกคนเรียกชื่อใหม่อย่าเรียกชื่อเก่า

ขั้นที่ 2 จัดพิธีแต่งงานหลอกๆ กับญาติผู้หญิงชื่อนางสาวทองคำ สองพาลี

ขั้น ที่ 3 แต่งงานแล้วก็ย้ายหนีออกจากบ้านวังทองไปอยู่วัดบ้านหนองกา โดยไปขออาศัยอยู่กับท่านครูคำหรือพระครูสุภารโสภณ เป็นเวลา 7 วัน แล้วจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านวังทองตามเดิม

ต่อมาอีก 2 เดือนญาติพี่น้องก็ได้ไปสู่ขอสาวบ้านเดียวกันจัดพิธีแต่งงานจริง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ชีวิตการครองเรือนดำเนินไปอย่างมีความสุข จนกระทั่งภรรยา ตั้งท้องและคลอดลูกชายคนแรก

ประมาณเดือน 12 น้ำเริ่มลดลงฝั่ง ในคืนหนึ่งอาจารย์คำตานอนหลับแล้วฝันไปว่า เจ้าปู่ศรีสุ ทโธได้มาหาที่บ้านเพื่อขอร้องให้ตนไปประกวดชายงามที่เมืองบาดาล แต่ตนไม่ ได้ตอบตกลง

คืนต่อมาก็ฝันอย่างเดียวกันอีก เจ้าปู่ศรีสุทโธได้ถามถึง เหตุผลที่ไม่ยอมไปประกวดชายงาม มีเหตุขัดข้องประการใดขอให้บอก อาจารย์คำ ตาจึงตอบตรง ๆ ไปว่า มีปัญหาอยู่อย่างเดียวคือ “กลัว” กลัวจะพลัดพรากตายจากครอบครัว

เมื่อ ทราบปัญหาอย่างนั้น เจ้าปู่ศรีสุทโธก็ตอบตกลงปกป้องคุ้มครองและรับประกัน ว่าจะให้กลับมาอยู่กับลูกเมียแน่นอน เมื่อเจ้าปู่ศรีสุทโธขอร้องหนัก ๆ และรับประกันอย่างแข็งขัน อาจารย์คำตาจึงตอบตกลงไปประกวดชายงามตามคำ ขอ โดยขอร้องเจ้าปู่ศรีสุทโธว่า เมื่อประกวดเสร็จแล้วจะต้องรีบนำตัวกลับ มาส่งบ้านโดยเร็ว เจ้าปู่ศรีสุทโธก็รับที่จะปฏิบัติตามคำขอทุกอย่างและนัด วันเวลาที่จะมารับเรียบร้อย

(บาดาล)

เมื่อเล่าความฝันให้ภรรยาและญาติฟัง ทุก คนทั้งชาวบ้านที่ได้รู้เรื่องต่างก็เกิดความวิตกกังวลกลัวว่าอาจารย์คำตาจะ ตายจากไปอยู่กับเจ้าปู่ศรีสุทโธในเมืองบาดาล จึงช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด

พอ ถึงวันกำหนดนัดหมายเจ้าปู่ศรีสุทโธจะมารับตัวไปประกวดชายงาม ผู้ใหญ่บ้าน ได้ประกาศห้ามบรรดาลูกบ้านทุกคนออกนอกเขตหมู่บ้าน จนถึงเวลานัด หมาย เหมือนมีสิ่งดลใจให้ชาวบ้าน เกิดความสบายใจพากันกลับบ้านของตนเหลือ อยู่บ้านอาจารย์คำตาเพียงไม่กี่คน

ทันใดนั้นเอง อาจารย์คำตาซึ่งนอน พักอยู่บนเรือนได้ลุกขึ้นวิ่งพรวดพราดลงบันได ตรงไปทุ่งนาใกล้ลำห้วยทางทิศ ตะวันตกของหมู่บ้าน ญาติพี่น้องและชาวบ้านที่เหลืออยู่เห็นเช่นนั้นก็รีบ วิ่งตามไปอย่างกระชั้นชิด แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ร่าง กายของอาจารย์คำตาหายวับไปกับตา ทั้ง ๆ ที่เป็นทุ่งนาโล่งแจ้งไม่มีต้นไม้พอที่จะบังร่างของคนหนึ่งคนได้เลย ทุกคน ตกใจค้นหาหลายชั่วโมงแต่ก็ยังไมพบ จึงปรึกษากันไปตามหมอดูและหมอธรรม (ร่าง ทรงภาคอีสาน) เมื่อดูแล้วก็บอกให้ทราบว่า เจ้าปู่ศรีสุทโธมารับไปประกวด ชายงามแล้วและปลอดภัยดีไม่เป็นอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น

จนกระทั่งเวลา ประมาณ 17.30 น. ของวันรุ่งขึ้นก็พบร่างอาจารย์คำตานอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนคันนาตรงจุดที่ หายไป จากนั้นจึงทำการรักษาในหมู่บ้านอยู่นานจึงคืนสติคืนมา

พอฟื้น ท่านก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงเวลานัดหมายเจ้าปู่ศรีสุทโธได้นำพาหนะชนิด หนึ่งมารับที่บ้าน มีลักษณะคล้ายอู่สวยงามแต่บินได้ เจ้าปู่พาบินไปทางทิศ เดียวกับเมืองคำชะโนด

เมืองนั้นสวยงามมาก มีปราสาทมีบ้านเรือนมาก มาย อู่ยนต์ได้บินไปปราสาทที่สวยงามที่สุด ซึ่งเป็นปราสาทของเจ้าปู่ศรีสุทโธนั่นเอง เมื่อถึงปราสาทก็ลงจากอู่ยนต์ เข้าไปในห้องหนึ่งเพื่อเปลี่ยน เสื้อผ้าที่สวยงามซึ่งเจ้าปู่เตรียมไว้ให้แล้ว เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เจ้าปู่ก็สอนวิธีการเดินและการวางตัวบนเวทีประกวดให้อย่างละเอียด พอได้เวลาเจ้าปู่ก็พาเดินไปยังเวทีประกวดซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่มากและมีคนเฝ้าชม งานประกวดมากมาย

 

ขอบคุณที่มา: http://panyayan.tnews.co.th/contents/201873/

ความเห็นถูกปิด