รุทรักษะ ผลไม้มหัศจรรย์ น้ำตาพระศิวะ เครื่องราง-ของขลังชาวฮินดู

91

น้ำตาพระศิวะ รุทรักษะผลไม้มหัศจรรย์ เครื่องราง-ของขลังชาวฮินดู ให้คุณคุ้มภัยได้จริง

รุทรักษะ หรือที่เรียกกันว่า น้ำตาพระศิวะ เป็นเครื่องรางชนิดนี้มีรูปลักษณะคล้ายกับเมล็ดพุทรา ที่เชื่อกันว่า สามารถช่วยรักษาสุขภาพ ให้ดีและแข็งแรง และ ช่วยเสริมด้านงาน-ความรัก ให้ราบรื่น ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมทันตาเห็นผลทันใจ โดยจะนิยมนำมาร้อยร่วมกับหินธิเบต

รุทรักษะ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับมะกอก มีรูปร่างลักษณะทั้งแบบ กลม แบน รี ยิ่งหน้าเยอะเท่าไรก็จะยิ่งคล้ายกับผลฟักทอง เป็นเมล็ดพืชมงคลตามความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งต้นรุทรักษะนี้จะขึ้นที่เทือกเขาหิมาลัยหรือเขาไกรลาสประเทศเนปาล ศรีนคร แคชเมียร์ และบางส่วนทางอินเดียตอนใต้ ศรีลังกาและเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

บุคคลที่มีเชื่อเสียงในอินเดีย ทั้งนักการเมือง ดาราBollywood รวมไปถึงนักแสดงHollywood หลายๆคน ก็มีเมล็ดรุทรักษะไว้ในครอบครอง เชื่อกันว่าผู้ที่นำน้ำตาพระศิวะมาร้อยเป็นมาลัยทั้ง 54+1 หรือ 108+1 จะมีความยิ่งใหญ่ มั่งคั่ง มีเกียรติยศ ชื่อเสียง ตามคัมภีร์ศิวะปุราณ ได้กล่าวถึงต้นกำเนิดเมล็ดรุทรักษะไว้ว่าในพระปุราณได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาพระศิวะจะทำให้ผู้สวมใส่ ได้รับบุญกุศลมากกว่าเดิม เป็น10เท่า เป็น100เท่า

1. คนที่เอ่ยถึง รุทรักษะ จะได้รับผลบุญเท่ากับ การบริจาควัว 10 ตัว

2. คนที่ครอบครอง รุทรักษะ จะได้รับผลบุญเท่ากับ การบริจาควัว 20 ตัว

3. คนที่สวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนาโดยสวมใส่รุทรักษะ จะได้บุญมากกว่า 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับการสวดมนต์ที่ไม่ได้ใส่รุทรักษะ

เมล็ดรุทรักษะ หรือ น้ำตาพระศิวะ นี้ เป็นเมล็ดผลไม้ที่ทรงโปรดแห่งพระศิวะเทพ เป็นสิ่งที่นำความศักดิ์สิทธิ์ ขับไล่บาปทั้งหมดได้ด้วยการได้เห็น ได้สัมผัส และได้ท่องสวด (ลูกประคำ)
จากหยดน้ำตาที่ไหลออกมา ได้เกิดเป็นต้นรุทรักษะขึ้น และได้ออกลูกมาเป็นจำนวนมาก ต้นรุทรักษะเหล่านี้ได้เจริญในดินแดน เกาฑะ, มธุรา, ลังกา, อโยธยา, มาลัย, ภูเขา, สหยะ, แคว้นกาสี และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มันสามารถจะทำลายบาปให้หมดไปได้

สีสรรต่างๆ แห่งเมล็ดรุทรักษะนั้นมีอยู่ 4 สี คือ สีขาว สีแดง สีเหลือง และสีดำ ผู้ที่บูชาพระศิวะ จะต้องเลือกสวมใส่เมล็ดรุทรักษะตามวรรณะที่ตนอยู่

รุทรักษะ ผลไม้มหัศจรรย์

เมล็ดรุทรักษะ อันมีขนาดเท่า ลูกสมอ นับว่าเป็นขนาดที่วิเศษที่สุด แม้ว่าเมล็ดจะมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดพุทรา ก็จะได้รับประโยชน์และมีความผาสุกอันยิ่งใหญ่ ไม่มีสร้อยคออื่น หรือพวงมาลัยอื่นใด ที่จะนำความเป็นศิริมงคลและให้ความสำเร็จสมประสงค์ทุกอย่าง เท่ากับการได้สวมใส่เมล็ดรุทรักษะ จะต้องสวมใส่เมล็ดผลไม้นี้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คือจะต้องร้อยเมล็ดรุทรักษะ 6 เมล็ด เมล็ดไว้บนหูแทนต่างหูทั้งสองข้าง จำนวน 101 เมล็ดจะร้อยใช้แทนสร้อยคอ จำนวน 11 เมล็ดจะสวมไว้รอบแขนที่ซ้ายและขวา , ที่ข้อศอกและที่บั่นเอว ผู้บูชาต่อพระศิวะเทพจะต้องร้อย รุทรักษะ สวมเมล็ด กับด้ายสายสิญจ์ของเขา ประชากรแห่งวรรณะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหญิงชาย ก็สามารถสวมใส่เมล็ดรุทรักษะได้ตามบัญชาของพระศิวะเทพ คนเหล่านั้นที่ได้สวมใส่เมล็ดรุทรักษะ กระทำการบูชาต่อพระศิวะและประพฤติดีตลอดชีวิต จะไม่ตกสู่นรกแห่งพระยมราชเลย พระยมราช ได้มีบัญชาต่อบริวารฑูตของพระองค์ว่า “มนุษย์ผู้ใดที่สวมใส่เมล็ดรุทรักษะ” แม้เพียงเมล็ดเดียวไว้บนศีรษะแล้ว มีการเขียน ตริปุนทรไว้บนหน้าผากและมีการท่องสวมมนต์ 5 พยางค์แล้วจะต้องทำความเคารพต่อเขาทันที เขาเหล่านี้เป็นบริวารแห่งพระศิวะเทพ และไม่จับกุมหรือทรมานแต่อย่างใด ตราบนานเท่านานที่สวมใส่เมล็ดรุทรักษะ มนุษย์ผู้นั้นจะมีจิตวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นที่โปรดปรานแห่งเทพเจ้าทั้ง 5 พระองค์ (พระอาทิตย์, พระคเนศ, พระแม่ทรุคา, พระรุทระ และพระวิษณุเทพ) และเป็นที่ชอบพอรักใคร่ของเทพทั้งมวลด้วย”บุคคลใดที่สวมใส่เมล็ดรุทรักษะ จะเป็นที่เมตตาของพระศิวะเทพ ชีวิตจะบังเกิดความผาสุขร่ำรวย เป็นอิสระจากบาปทั้งปวง “และคนผู้ที่ได้สวดมนต์ 5 พยางค์ (โอม นะมัส ศิวาย) ด้วยแล้วนับว่าได้ปฏิบัติอย่างเสร็จสมบูรณ์แห่งโยคะ และนับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง

คุณสมบัติเมล็ดรุทรักษะ
1. ผู้ที่สวมใส่รุทรักษะ จะไม่มีไสยเวทย์ ภูตผี วิญญาณร้าย มารบกวน หรือรังควาญ

2. ผู้ที่สวมใส่รุทรักษะ เมื่อเสียชีวิตลงในขณะที่สวมใส่รุทรักษะจะไม่ต้องได้รับการคร่ากุม หรือจับกุมโดยยมทูต เพื่อไปรับโทษในนรก

3. ผู้ที่สวมใส่รุทรักษะ จะทำให้มีเรื่องเสียใจหรือเศร้าหมองน้อยลง เสียน้ำตาน้อยลง และหากเมล็ดรุทรักษะยิ่งมีขนาดเล็กลงเท่าใด ก็จะยิ่งจะทำให้เสียน้ำตาน้อยลงเท่านั้น

4. ผู้ที่สวมใส่รุทรักษะ จะสามารถรักษาสุขภาพ ให้ดีและแข็งแรงได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคที่ ทางการแพทย์ไม่สามารถรักษาให้หายเด็ดขาดหรือให้ข้อสรุปที่ชัดเจนได้

ก่อนใส่รุทรักษะ((น้ำตาพระศิวะ)) ครั้งแรก เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลและทำให้รุทรักษะมีพลัง ล้างรุทรักษะด้วยน้ำนมและน้ำสะอาด ทาน้ำมันจันทน์ ถวายธูปและเครื่องหอม ((กำยาน)) สวดมนต์ โอม นะมะ ศิวะยะ 108 จบ แล้วสวดมนต์เฉพาะของรุทรักษะแต่ละหน้าอย่างน้อย 9 จบ

• หนึ่งหน้า
โอม นมัส ศิวายะ, โอม หรีม นมัส

• สองหน้า
ชรี เการี ศานการะยะ นมัส , โอม นมัส
• สามหน้า
โอ คลีม นมัส, โอม นมัส ศิวายะ
• สี่หน้า
โอม ฮรีม นมัส
• ห้าหน้า
โอม นมัส ศิวายะ , โอม หรีม นมัส
• หกหน้า
สวามี การติเกยะ นมัส โอม หรีม ฮุม นมัส
• เจ็ดหน้า
โอม มหาลักษมี นมัส โอม ฮุม นมัส
• แปดหน้า
โอม ฮุม นมัส, โอม คเนศายะ นมัส
• เก้าหน้า
นะวะ ทุรกายี นมัส, โอม หรีม ฮุม นมัส
• สิบหน้า
ชรี นารายนายะ นมัส, ชรี วิชนุไวย นะมา โอม ฮรีม นะมาหะ
• สิบเอ็ดหน้า
โอม ศรี รุทรายะ นมัส, โอม หรีม ฮุม นมัส
• สิบสองหน้า
ศรี สุเว นมัส , โอม คราว คโรน ราว นมัส
• สิบสามหน้า
โอม หรีม นมัส
• สิบสี่หน้า
โอม นมัส ศิวายะ

หลังทำเสร็จแล้ว ขณะใส่รุทรักษะให้สวดมนต์ว่า “โอม นะมะ ศิวะยะ” เท่านี้รุทรักษะก็จะศักดิ์สิทธิ์ และมีพลังคุ้มครองผู้สวมใส่

ที่มา: ขอบคุณข้อมูลจาก tnews.co.th

ความเห็นถูกปิด