เปิดตำนาน “ต้นโพธิ์” ณ ดินแดนพุทธคยา ผ่านกาลเวลากว่าสองพันปี

35

เปิดตำนาน ต้นโพธิ์ ณ ดินแดนพุทธคยา … ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ยังยืนต้นตระหง่านผ่านกาลเวลากว่าสองพันปี

“ต้นโพธิ์” เป็นที่ประทับตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ชาวพุทธจึงเรียกต้นโพธิ์ด้วยความยกย่องว่า “ต้นพระศรีมหาโพธิ์”

ประวัติของต้นโพธิ์ทั้ง ๔ ต้น ในดินแดนพุทธคยา มีดังนี้

๑. ต้นโพธิ์ต้นแรก :  เกิดขึ้นพร้อมกับวันที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ คือวันเพ็ญเดือน ๖  เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะออกบวชได้เลือกต้นโพธิ์ที่พุทธคยาสำหรับนั่งบำเพ็ญเพียรจนบรรลุพระโพธิญาณ  และหลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วก็ได้มีผู้เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นจำนวนมาก

ต้นโพธิ์นี้มีอายุยืนจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒  พระเจ้าอโศกมหาราช (กษัตริย์ชาวพุทธผู้ยิ่งใหญ่) ทรงเคารพต้นโพธิ์เป็นอย่างยิ่งและเสด็จไปนมัสการต้นโพธิ์อยู่ตลอดเช้าเย็น จนทำให้พระนางติษยรักษิต (พระมเหสีของพระเจ้าอโศก) ไม่พอพระทัย เกิดอิจฉาริษยาต้นโพธิ์ที่ได้รับความรักมากกว่าตนเอง จึงสั่งให้คนเอายาพิษมาวางเพื่อทำลายต้นโพธิ์  (แต่ข้อมูลบางแห่งบอกว่า พระนางเอาเงี่ยงกระเบนมีพิษมาทิ่มรากต้นโพธิ์จนต้นโพธิ์ตาย)  รวมอายุของต้นโพธิ์ต้นแรกประมาณ ๓๕๒ ปี

 

๒. ต้นโพธิ์ต้นที่สอง :  เมื่อพระเจ้าอโศกทรงทราบก็เสียพระทัยถึงกับล้มสลบลง  จากนั้นจึงรับสั่งให้เอาน้ำนมโคร้อยหม้อไปรดที่บริเวณรากของต้นโพธิ์ทุกวัน และพระองค์เองก็ทรงคุกเข่าที่ต้นโพธิ์พร้อมตั้งสัตยาธิษฐานขอให้มีหน่องอก  ต่อมาก็เกิดมีหน่อโพธิ์งอกขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ พระองค์จึงสั่งให้ก่อกำแพงล้อมรอบเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับต้นโพธิ์อีก แล้วพระองค์ก็ได้นำมาปลูกเป็นต้นที่สอง

ต้นโพธิ์มีอายุยืนมาจนถึงสมัยกษัตริย์ชาวฮินดูนามว่า “ศศางกะ” แห่งแคว้นเบงกอล  เนื่องจากพระองค์นับถือฮินดูจึงสั่งให้คนทำลายต้นโพธิ์และทำลายพระพุทธรูปในวิหารทั้งหมด  แต่อำมาตย์ชาวพุทธไม่กล้าทำลายพระพุทธรูปจึงได้ใช้วิธีเอาแผ่นอิฐมาก่อเป็นกำแพงกำบังพระพุทธรูปไว้อย่างมิดชิด พร้อมกับตั้งประทีปโคมไฟบูชาไว้ภายในกำแพงที่กั้นปิดไว้  รวมอายุต้นโพธิ์ต้นที่สองได้ ๘๗๑-๘๙๑ ปี

๓. ต้นโพธิ์ต้นที่สาม :  หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าปูรณวรมา (กษัตริย์ชาวพุทธ) ได้มาพบเห็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ล้มเช่นนั้นก็เสียพระทัย จึงรับสั่งให้ทหารพร้อมด้วยชาวบ้านร่วมกันไปรีดน้ำนมโคพันตัว  ครั้นได้น้ำนมมาแล้วก็รดน้ำนมนั้นลงตรงบริเวณหลุมต้นโพธิ์ต้นเก่าโดยรอบ แล้วอธิษฐานจิตว่า

“ถ้าแม้นหน่อแห่งต้นโพธิ์ยังไม่งอกขึ้นตราบใด ข้าพเจ้าก็จักไม่ยอมไปจากสถานที่นี้โดยตราบนั้น  ข้าพเจ้าขอยอมถวายชีวิตเพื่อบูชาอุทิศต่อพระศรีมหาโพธิ์ตลอดชั่วลมปราณ”

ด้วยแรงอธิษฐาน หน่ออ่อนของต้นโพธิ์ก็งอกขึ้นมาอย่างอัศจรรย์  พระองค์เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นหน่อน้อยงอกขึ้นมาก็เกิดปีติโสมนัส จึงจัดการสร้างกำแพงล้อมต้นโพธิ์นั้นไว้อย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันมิให้ศัตรูเข้ามาทำลายได้อีกต่อไป  ต้นโพธิ์ต้นนี้มีอายุยืนนานมาก ประมาณ ๑,๒๕๘-๑,๒๗๘ ปี แต่ก็ถูกพายุพัดโค่นจนล้มตาย

๔. ต้นโพธิ์ต้นที่สี่ :  ในปี พ.ศ. ๒๔๒๓ ท่านนายพลเซอร์ คันนิงแฮม ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีชาวอังกฤษซึ่งเป็นผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนามาก ได้ขุดค้นพบพุทธสถานหลายแห่งจนทำให้พระพุทธศาสนาเป็นที่รู้จักของชาวอินเดีย หลังจากถูกลืมเลือนไปแล้วกว่า ๘๐๐ ปี  ท่านนายพลได้เดินทางไปที่พุทธคยาและพบกับต้นโพธิ์ที่ล้มอยู่ แต่ยังมีหน่อโพธิ์งอกอยู่ที่ใต้ต้นเดิมสองหน่อ  หน่อหนึ่งสูงหกนิ้ว ปลูกไว้ที่บริเวณต้นเดิม อีกหน่อหนึ่งสูงสี่นิ้ว แยกไปปลูกไว้ในที่ไม่ไกลจากต้นเดิมทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างกัน ๒๕๐ ฟุตต้นโพธิ์ต้นนี้เริ่มปลูกในปี พ.ศ. ๒๔๒๓ และยังคงยืนต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ขอขอบคุณที่มา : tnews.co.th

ความเห็นถูกปิด