เรื่องเล่ากล่าวขานน่าขนลุก จอมขมังเวทย์  ตอนที่ 2

192

เรื่องเล่ากล่าวขานน่าขนลุก จอมขมังเวทย์  ตอนที่ 2

(ต่อจากตอนที่ 1 ) หลวงตาท่านก้มลงหยิบก้อนดินขึ้นมาเป็นจังหวะที่ผีร้ายนั้นพุ่งเข้ามาหาอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นจะถึงตัว ท่านหว่านดินใส่ เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วป่า มันถอยหลังแล้วชี้หน้าท่านบอกว่าเตือนท่านแล้วนะอย่าหาว่าไม่บอก ท่านเดินกลับมาก่อนจะเข้าไปในกลดเลยท่องคาถากันภัยแล้วเสกเป็นวงกลมรอบกลด พอไปในกลดเลยบอกชายคนนั้นว่าออกไปนอนหน้ากลดก็ได้อาตมาทำวงกลมเสกคาถากันไว้แล้ว แต่จำไว้ว่าก่อนแสงอาทิตย์ขึ้นห้ามออกไปจากรัศมีสองก้าวจากกลดนะ

เรื่องเล่ากล่าวขานน่าขนลุก จอมขมังเวทย์  ตอนที่ 2

แล้วท่านกับชายคนนั้นก็นอนหลับไป ท่านจำวัดเพียงชั่วครู่เหมือนกับได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง ลุกขึ้นมาดูเป็นชายคนนั้นยืนบิดไปมาคาดว่าน่าจะปวดทุกข์เบา(ฉี่) กำลังจะห้ามแต่ไม่ทันแล้วเขาเดินออกไปจากกลดท่าน แค่ก้าวที่ห้าเท่านั้นท่านเปิดกลดออกมาสิ่งที่เห็นคือผีพรายอีกตนร่างเป็นสีแดงเอามือที่มีกรงเล็บบีบคอเขาจนตัวลอย อีกมือก็จ้วงแทงที่ท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก่อนที่เขาจะตายก็หันมายกมือไหว้ท่านพร้อมคำพูดสุดท้ายว่า “ชะ..ชะ..ช่วยยยยชาวบ้านด้วยครับหลวงตา” แล้วผีพรายนั้นก็โยนร่างเขามา ต า ยต่อหน้าท่าน

“นายข้าบอกว่าถ้าท่านไม่อยากให้ใครตายอีก ขอให้ท่านจงไปจากที่นี่เสีย” แล้วผีพรายก็หัวเราะแล้วค่อยๆจางหายไป หลวงตาได้แต่หดหู่เศร้าใจ ท่านคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว ท่านจัดการกับร่างไร้ลมหายใจนั้นโดยการขุดหลุมฝังร่างให้ เช้าวันต่อมาท่านเดินไปที่หมู่บ้านนั้น จากคนที่เดินกันไปมาพอเห็นพระสงฆ์เท่านั้น แตกตื่นวิ่งเข้าบ้านใครบ้านมัน ท่านว่าสงสัยฆราวาสคนนี้คงมีอาคมที่น่ากลัวมากไม่งั้นชาวบ้านไม่กลัวขนาดนี้

ท่านเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งท่านหยุดมองไปในบ้าน ด้วยความที่ท่านฝึกกสิณไฟท่านจึงมีตาทิพย์มองเห็นว่ามีชายแก่คนหนึ่งสักลายทั้งตัวรวมทั้งใบหน้า ตาของเขาเป็นสีแดงเพลิงกำลังมองมาที่ท่าน รู้ได้ทันทีว่าคงเป็นหมอผีที่หลงอาคมสายดำคนเดียวกับที่ชายคนนั้นบอกแน่นอน ท่านเดินมาหยุดที่หน้าบันไดเสียงอะไรบางอย่างวิ่งตรงมาที่ท่าน ควายธนูตัวดำสูงเกือบสามเมตรกระโจนมา ท่านบริกรรมคาถาเป่าออกไป ควายธนูหยุดทันทีแต่ยังคงจะวิ่งมาหาท่านอย่างไม่ลดละ แล้วอยู่ๆก็มีผีพรายพุ่งมาทางด้านหลังมาจับแขนทั้งสองข้างท่านไว้ “ท่านเสียทีข้าแล้ว เตือนแล้วไม่ฟังเอง”

แล้วพอถูกตรึงแขนไว้ควายธนูที่ท่านหยุดเลยหลุดมาจะวิ่งขวิดท่าน ฉับพลันร่างของหลวงตาก็หายวับทันที ไปยืนอยู่ที่บันไดขั้นแรก

“ต า ยยากนักนะมึงไอ้พระแก่” ชายแก่หมอผีล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อขว้างลงบนพื้นกลายเป็นงูยักษ์สีเขียวเลื้อยเข้ามาพร้อมกับควายธนูและผีพรายที่เข้ามาหมายจะเอเป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคลาชีวิตท่าน หลวงตาผายมือออกแล้วมีไฟดวงหนึ่งขึ้นจากฝ่ามือ ท่านเป่าไฟดวงนั้นใส่ทำให้ทั้งสามถูก เ ผ า ไ ห ม้ เป็นจุล หมอผีโกรธแค้นยิ่งนักเพราะไม่เคยมีใครสู้อาคมแกได้หยิบเอามีดหมอกับตะปูออกมาหวังจะเสกเข้าไปในตัวท่านแต่ท่านรู้ด้วยตาทิพย์ที่มี จึงทำการเสกคาถาใส่ตะปูกับมีดหมอให้ไปปักตัวหมอผีนั้นก่อน เสียงร้องโหยหวนพร้อมกับร่างที่ชักดิ้นไปมา ท่านเดินลงมาดูแล้วจัดการเสกคาถาถอนอาคมใส่หมอผีคนนั้นให้ไม่มีอาคมใช้อีกต่อไป แต่ด้วยบาดแผลจากตะปูกับมีดมัน ส า หั ส เลยสิ้นใจในเวลาต่อมา

ชาวบ้านพากันมากราบท่านด้วยน้ำตาแห่งความดีใจที่หลุดพ้นจากหมอผีคนนี้ หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้วท่านก็ออกธุดงค์เพื่อที่จะไปยังภูควายต่อไป ผมเลยถามท่านว่าแล้ววิญญาณหมอผีไม่มาหลอกชาวบ้านหรือครับหลวงตา ท่านยิ้มแล้วบอกว่าแค่ดวงวิญญาณหลุดออกจากร่างธรณีก็สูบลงไปในนรกแล้วล่ะ จำเอาไว้คาถาอาคมมีจริงไม่ว่าจะยุคสมัยไหนแต่คนที่ใช้ต่างหากจะใช้ไปในทางที่ดีหรือไม่ดี เรื่องราวมีเท่านี้ครับ

ขอขอบคุณที่มา :https://www.kidnan.com/19926/

ความเห็นถูกปิด