“ตำนานพญานาค” : อิทธิฤทธิ์พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายปราบนันโทปนันทนาคราช ตอนที่ 2

4

“ตำนานพญานาค” : อิทธิฤทธิ์พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายปราบนันโทปนันทนาคราช ตอนที่ 2

นาคราชคิดว่า เมื่อตอนเข้าไป เราไม่ทันเห็น ในเวลาออกในบัดนี้ เราจักใส่เขาในระหว่างเขี้ยวแล้วเคี้ยวกินเสีย ครั้นคิดแล้วจึงกล่าวว่า ขอท่านจงมาเถิดขอรับ อย่าเดินไปๆ มาๆ ในภายในท้อง ทำข้าพเจ้าให้ลำบากเลย. พระเถระได้ออกไปยืนข้างนอก. นาคราชเห็นว่านี้คือเขาละ จึงพ่นลมทางจมูก. พระเถระเข้าจตุตถฌาน แม้ขุมขนของพระเถระ ลมก็ไม่สามารถทำให้ไหวได้.

นัยว่า ภิกษุทั้งหลายที่เหลือสามารถทำปาฏิหาริย์ทั้งมวลได้ จำเดิมแต่ต้น แต่พอถึงฐานะนี้ จักไม่สามารถสังเกตได้รวดเร็วอย่างนี้แล้วเข้าสมาบัติ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุเหล่านั้นทรมาน นาคราช.

นาคราช คิดว่า เราไม่สามารถเพื่อจะทำแม้ขุมขนของสมณะนี้ให้ไหวได้ด้วยลมจมูก สมณะนั้นมีฤิทธิ์มาก, พระเถระจึงละอัตภาพนิรมิตรูปครุฑ แสดงลมครุฑไล่ติดตามนาคราชไป, นาคราชจึงละอัตภาพนั้น นิรมิตรรูปมาณพน้อยแล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ กระผมขอถึงท่านเป็นสรณะ ไหว้เท้าพระเถระ, พระเถระกล่าวว่า นันทะ พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ท่านจงมา พวกเราจักได้ไป. ท่านทรมานนาคราชทำให้หมดพยศแล้วได้พาไปยังสำนักของพระศาสดา. นาคราชถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์เป็นสรณะ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ท่านจงเป็นสุขเถิดนาคราช ดังนี้แล้ว

อันหมู่ภิกษุห้อมล้อม ได้เสด็จไปยังนิเวศน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี.

พญานาคราชจอมอิทธิฤทธิ์ผู้นี้ ถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเช่นกัน เพราะวีรกรรมที่ได้สร้างไว้ถึงจะไม่ชอบธรรมนักแต่ก็เปรียบเสมือนเป็นการเทิดพระเกียรติ ประกาศก้องเกียรติคุณของพุทธองค์และเหล่าสาวกอีกแง่หนึ่ง โดยปรากฏเป็นหลักฐานในบทสวด “พุทธชัยมงคลคาถา” คือ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพุทธองค์ 8 ประการ ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำว่า “พาหุง…”

เรื่องของพญานาคผู้ที่อยู่ใน พุทธชัยมงคล “คาถาที่ 7” ว่าด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ที่ทรงมีบรมพุทธานุญาตให้พระมหาโมคคัลลานะ ไปปราบ พญานันโทปนันทนาคราช จนได้ชัยชนะ พระบาลีว่า

…นันโทปนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนัง เถระ ภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะ วิธินา ชิตวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ ฯ

ต่อเมื่อ “พระโมคคัลลานะ” อัครสาวกเบื้องซ้ายและเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านอิทธิฤทธิ์ทูลขอโอกาส พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาต โดยพระเถระได้เนรมิตตัวเองเป็นจอมนาคราชที่เหนือกว่าพญานันโทปนันทนาคราช 1 เท่าตัว แล้วพุ่งไปพันโอบรัดพยานันโทปนันทนาคราชด้วยขนด 14 รอบจนแน่น ทำให้พญานันโทปนันทนาคราชได้รับความอึดอัดและทรมาร ทีนั้น พญานันโทปนันทนาคราช ได้พ่นควัญพิษใส่พระเถระแต่พระเถระก็แผ่พังพานพ่นควันพิษกลับคืน เป็นเหตุให้พญานาคราชถูกพิษและได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พร้อมกันนั้นก็พลิกกายทำท่าเลื้อยหนี

พระเถระจึงแปลงกายเป็น “พญาครุฑ” ตัวใหญ่เข้าจับด้วยกรงเล็บทันที จนพญานันโทปนันทนาคราชต้องร้องขอ เมื่อรู้ว่าพยานาคราชสำนึกผิดแล้ว พระเถระได้นำ พญานันโทปนันทนาคราช ที่จำแลงแปลงกายเป็นมนุษย์มาเข้าเฝ้าพุทธองค์ซึ่งประทับรออยู่ พระพุทธองค์ได้แสดงธรรมเทศนาให้ฟังจนพญานันโทปนันทนาคราชเลื่อมใส นับถือพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งไปตลอดชีวิต

เขียนโดย Kittichai Payaksiri

ขอบคุณข้อมูลจาก http://payanakara.blogspot.com/2012/06/blog-post_9466.html

ที่มา : http://www.lannaga.com/?p=802

ความเห็นถูกปิด