เรื่องเล่าสะพานขาว…ตำนานที่เขาล่ำลือกัน

280

เรื่องเล่าสะพานขาว…ตำนานที่เขาล่ำลือกัน

มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งขับรถมอไซค์มาด้วยความเร็วมีใครไม่รู้เอาลวดสลิงไปขึงช่วงกลางสะพาน ทำให้คอผู้หญิงคนนั้นขาดแต่ผู้ชายยังไม่รู้ตัวว่าแฟนของตนตายแล้วเพราะตนยังก้มหน้าขับรถแบบคนขับรถเร็วทำให้ไม่โดนสลิง เมื่อขับไปถึงปั้มน้ำมันพอจะลงจากรถจึงเห็นแฟนตัวเองคอขาด จากนั้นก็มีอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นบนสะพานขาว จึงมีการอันเชิญซินแสมาทำพิธี ซินแสจึงบอกว่าให้ทำการสร้างเสาสะพานขึ้นเพื่อเป็นการไม่เหยียบหลุมศพซึ่งเป็นการลบหลู่ จึงเกิดเป็นตำนานสะพานขาวเกิดขึ้นนั่นเองชายคนหนึ่ง ขับรถเข้าไปใน ม. ตอนดึก ประมาณ เที่ยงคืน ตี 1 ประมาณนี้แหละเขาเปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วยเส้นทางที่จะเข้าไป ม. ต้องผ่านสะพานขาวพอใกล้ ๆ สะพานขาวแล้ว วิทยุเขาก็ดับไปเฉยๆ เขาก็เลยปิดวิทยุ แล้วลองเปิดใหม่ เสียงเพลงที่ได้ยิน คือ ธรณีกรรแสง ใครเล่นตลกอะไรนี่ เขาเลยปิดวิทยุไปเสียเลยเพื่อตัดปัญหารถก็วิ่งไปเรื่อยๆ แสงไฟหน้ารถส่องไปทางข้างหน้า เขาเห็นคนสองคนเดินอยู่ไม่ไกลมากนักแล้วเสียงเพลงธรณีกรรแสงก็ดังขึ้นมาอีก

เรื่องเล่าสะพานขาว…ตำนานที่เขาล่ำลือกัน

ก่อนที่รถเขาจะวิ่งถึงคนทั้งสอง เครื่องยนต์ก็ดับ เขาเลยจอดรถเสียงเพลงยังดังอยู่.. และพอสองคนนั้นเดินเข้ามาใกล้..เขาก็เห็น..ผู้ชายไม่มีแขน ส่วนผู้หญิงหิ้วหัวตัวเองอยู่ ทั้งคู่ยิ้มให้เขา(คนหรือผี) ทั้งสองเป็นใคร ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ (เล่าไปขนลุกไปคับ) ก็มีเรื่องเล่าอีกว่า…เมื่อประมาณ 20 กว่าปีผ่านมาแล้วสมัยนั้นมหาลัยมีสภาพเป็นป่าอยู่มาก และมีนักศีกษาอยู่น้อย (ปัจจุบันมี 16 คณะ นักศึกษาประมาณ 2 หมื่นคน)ได้มีหนุ่มคณะวิศวะคนหนึ่ง มีแฟนที่รักกันมากเป็นสาวคณะพยาบาล ขี่มอเตอร์ไซค์มารับแฟนที่หอพักเป็นประจำและกลับหอพักทางสะพานขาวดึกๆทุกวัน มีอยู่คืนหนึ่ง ฝ่ายชายขับมอเตอร์ไซค์มารับแฟนที่หอพักไปเที่ยวในเมืองมีผู้ร้ายจ้องจะชิงทรัพย์ ทั้งคู่ถูกปล้น และ….ตายทั้งคู่ (น่าจะเป็นเพราะผู้ร้ายขึงลวดสลิงไว้ ทั้งคู่จึงมีสภาพเช่นนั้น)เพราะเป็นการตายแบบที่เรียกกันว่า “ตายโหง” และสภาพการตายที่น่าอนาถ วิญญาณจึงเฮี้ยนมากวิญญาณของทั้งคูวนเวียนหลอกหลอนนักศึกษาและผู้คนทั่วไปที่ขับรถผ่านสะพานขาวเป็นประจำทางมหาลัย จึงได้ทำพิธีกรรม อัญเชิญอัฐิของทั้งคู่ฝังไว้ในเสาสะพาน โดยแยกไว้คนละด้านภายหลังมีพิธีรับน้องใหม่ โดยกลางดึกให้เฟรชชี่จับคู่ นับเสาสะพานมาจากคนละด้าน จะนับได้ไม่เท่ากันและว่ากันว่าถ้ากลั้นหายใจระหว่างที่นั่งรถข้ามสะพานไปจนสุดสะพานได้ โดยที่ไม่ผ่อนลมหายใจ จะอธิษฐานขอพรอะไรก็ได้ โดยเป็นความเชื่อที่เล่ากันมารุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบันนี้

ที่มา : https://www.plotter.in.th/?p=11051

ความเห็นถูกปิด